หน้าแรก arrow %E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1 arrow การเงินส่วนบุคคล arrow การจัดทำงบการเงินส่วนตัว
การจัดทำงบการเงินส่วนตัว พิมพ์ อีเมล์
จันทร์, 25 มิถุนายน 2007

 โดย กองบรรณาธิการ

 

e000248_resize.jpgการที่จะเดินทางไปสู่เป้าหมายทางการเงินได้นั้น คุณจำเป็นจะต้องทราบสถานะทางการเงินในปัจจุบันของตัวเองก่อน

 

เริ่มต้นก้าวแรกสู่การควบคุมอนาคตทางการเงินของตัวเอง ด้วยการจัดทำงบการเงินให้เสร็จ แล้วลองตรวจสอบรายรับ รายจ่ายของตัวเอง ว่าคุณมีรายได้จากทรัพย์สินเท่าไหร่ และมีหนี้สินเท่าไหร่ หลายคนอาจคิดว่าตัวเองไม่ใช่นักบัญชี เลยไม่แน่ใจว่าจะทำได้หรือไม่ เราแนะนำเลยว่าการทำงบการเงินนี้ไม่ยากเลย...

 

งบดุล (Balance Sheet)

 

เป็นงบที่แสดงรายละเอียดทรัพย์สิน และหนี้สินทั้งหมดที่เรามี ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง ซึ่งเป็นเหมือนเครื่องเตือนสติตัวเราเองตลอดเวลา สำหรับบุคคลทั่วไปอย่างเรา ๆ ท่าน ๆ ควรปรับปรุงงบดุลส่วนตัวเป็นประจำทุกเดือน หรือถ้าเป็นคนที่ทรัพย์สิน-หนี้สินไม่เคลื่อนไหวเท่าไหร่ การปรับปรุงงบนี้ทุก ๆ ไตรมาส หรือทุก 6 เดือนก็เป็นระยะเวลาที่เหมาะสม สำหรับแนวคิดการจัดทำงบดุลนี้ เราแนะนำให้ท่านลองใช้งบดุลจากเกมกระแสเงินสดของโรเบิร์ต คิโยซากิ อธิบายได้ง่าย ๆ ดังนี้

money_tips2_page_1.jpg

แนวคิดในการจัดทำงบดุลนี้ให้เริ่มจากส่วน "ทรัพย์สิน" และ "หนี้สิน" ก่อน โดยให้เราทำการจดรายการทรัพย์สิน (สิ่งที่ทำให้เงินไหลเข้ากระเป๋า) อันได้แก่ เงินออม หุ้นปันผล บ้านเช่า และธุรกิจส่วนตัว (ถ้ามี) ในช่องทรัพย์สินนี้จะมีความเชื่อมโยงกันกับช่องรายรับอย่างเห็นได้ชัด เพราะหากเรามีทรัพย์สินมาก รายรับของเราก็จะมากตามไปด้วย ดังนั้นใครที่อยากจะมั่งคั่งก็ต้องหมั่นสะสมทรัพย์สินกันไว้ครับ

ด้านขวาล่างของงบดุล เป็นช่องที่คนไม่ค่อยอยากจะเขียนเท่าไหร่นัก แต่แปลกที่พอนึกถึงช่องนี้แล้ว เราหารายการมาเติมในช่องต่างๆ ได้ง่ายกว่าช่องทรัพย์สินเสียอีก ช่องที่ว่านี้ก็คือ ช่องหนี้สินนั่นเองว่ากันว่าการมีหนี้สินเยอะเป็นเรื่องน่ากลัวแล้ว แต่การไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่าตัวเองมีหนี้สินอยู่เท่าไหร่ (มันเยอะจนไม่อยากจำ เลยจำแค่ เยอะ ก็พอ) นั้นน่ากลัวกว่ามาก ในช่องหนี้สินนี้จะโยงผลลัพธ์ของมันไปยังช่องรายจ่าย ซึ่งก็เป็นธรรมดาอีกเช่นกันที่คนที่มีหนี้สินมาก จะมีรายจ่ายมากตามไปด้วย 

 

200452435-001_resize.jpg

หลังจากบันทึกทรัพย์สิน-หนี้สินเรียบร้อยแล้วก็ให้พิจารณากรอกรายละเอียดในช่องรายรับและรายจ่าย โดยในช่องรายรับนั้นให้พิจารณาจากทรัพย์สินแต่ละอย่างที่มีอยู่ เช่น ทรัพย์สินอย่างแรกของคนเรา คือ ตัวเราเอง สร้างรายรับให้เกิดแก่ชีวิตได้อะไรบ้าง อาจเป็นเงินเดือน หรือค่าแรง ตรงนี้พยายามระบุรายรับประจำ (เน้นว่า ประจำ) เพราะมันจะสะท้อนสภาวะและตัวตนที่แท้จริงของเราได้ ซึ่งนั่นจะเป็นประโยชน์มากกว่า เช่น เงินเดือน รายรับจากค่าเช่า หรืออาจเป็นค่าเฉลี่ย เช่น เงินปันผล หรือกำไรจากธุรกิจ ในส่วนค่าคอมมิชชัน หรือรายรับจากงาน (Job) พิเศษนั้นไม่ควรบันทึกลงในงบดุลนี้ เพราะข้อมูลเหล่านี้อาจทำให้เราเข้าใจผิดเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของตัวเองได้ 

ส่วนของรายจ่ายนั้น ให้พิจารณาจากหนี้สินที่มีแต่ละตัวว่า หนี้สินดังกล่าวส่งผลให้เกิดรายจ่ายในแต่ละเดือนอย่างไร เช่น หนี้บัตรเครดิต ปัจจุบันมันหนักหนาสาหัสจนท่านต้องจ่ายขั้นต่ำหรือไม่ ถ้าใช่จ่ายเดือนละเท่าไหร่ก็บันทึกลงไป ค่าผ่อนชำระบ้านเป็นเท่าไหร่ (ตรงนี้ควรหมั่นตรวจเช็คกับธนาคารด้วยว่า เงินจดจำนองคงเหลือของท่านเหลือเท่าไหร่แล้ว ไม่ใช่เอาแต่ส่งอย่างเดียว) ค่าใช้จ่ายจากหนี้สินเหล่านี้ เมื่อรวมกับ ภาษี (ค่าใช้จ่ายก่อนถึงมือเรา) กับค่าใช้จ่ายส่วนตัว (ค่ากินอยู่) ต่าง ๆ เราก็จะได้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในชีวิต (ต่อเดือน)

 

e000270_resize.jpgสิ่งสุดท้ายที่ต้องพิจารณา คือ เงินคงเหลือต่อเดือน ซึ่งเราสามารถคำนวณได้จาก

 

เงินคงเหลือต่อเดือน = รายรับรวม รายจ่ายรวม 

 

ตัวเลขเงินคงเหลือต่อเดือนนี้ เป็นตัวเลขที่สะท้อนชีวิตความเป็นอยู่ของคุณได้เป็นอย่างดี

 

  • ถ้าตัวเลขนี้เป็นบวก นั่นแสดงว่า คุณมีเงินเหลือพอที่จะออม หรือเก็บรวมรวมไว้ลงทุน หรือสร้างผลกำไร (ให้เงินทำงานแทน) ในอนาคตได้
  • ถ้าผลลัพธ์เป็นศูนย์ (หรือใกล้เคียง) ชีวิตคุณจะอยู่ในความเสี่ยงพอสมควร เพราะคุณไม่มีกันชัน (Buffer) ไว้รองรับสถานการณ์เลวร้ายอะไรเลย
  • แต่หากเงินคงเหลือต่อเดือนติดลบ อันนี้ไม่ต้องทำนายก็พอจะรู้ว่าชีวิตของคุณเป็นประเภทเดือนชนกลางเดือน (คือ หมดก่อนถึงเดือน) ต้องหยิบยืม หรือใช้บัตรเครดิตให้ชีวิตวุ่นวายไปหมด

 

 ตัวอย่างการจัดทำงบดุลส่วนตัว

  example_sheet.jpg

         

งบดุล เป็นจุดเริ่มต้นของการตรวจสอบสถานะทางการเงินของคุณเอง บางครั้งอาจต้องเจ็บปวดบ้างที่ได้รู้ว่าสภาวะทางการเงินในปัจจุบันเป็นอย่างไร แต่ยาขมถ้วยนี้ คือ ถ้วยที่คนประสบความสำเร็จทางการเงินทุกคนต้องผ่าน ดังนั้นจงอย่าหลีกเลี่ยงที่จะเริ่มต้นสร้างงบดุลของตัวเอง 

 

*****

บทความนี้เป็นลิขสิทธิ์ของบริษัทบิสคอนส์ พับลิชชิ่ง จำกัด หากผู้ใดต้องการจะนำไปเผยแพร่ โปรดแสดงบทความทั้งหมด โดยที่ไม่มีการแก้ไขส่วนใดส่วนหนึ่งของบทความ และโปรดทำลิ้งค์เชื่อมโยงแสดงที่มาของบทความนี้ด้วย

ขอบคุณค่ะ

*****

 
< ก่อนหน้า   ถัดไป >